โหราศาสตร์ไทย วิชาทำนายอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น กับบุคคล สังคม โดยใช้ดวงดาว

โหราศาสตร์ไทย วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับ หนึ่งในวิชาเพื่อทำนายอนาคต โดยใช้ดวงดาว

โหราศาสตร์ไทย เป็นหนึ่งในวิชาที่ว่าด้วยการ ทำนายโชคชะตา เพื่อทำนายอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น กับบุคคล สังคม โดยใช้ดวงดาว ผลกรรมต่างๆของมนุษย์ มาเป็นปัจจัย ในการกำหนดว่ากันว่า โหราศาสตร์ไทย เป็นวิชาที่มาจาก คัมภีร์พระเวท ใน ศาสนาพราหมณ์ 

ที่มีอยู่ก่อนพระพุทธศาสนา โดยหลักของโหราศาสตร์ไทยนั้น ตามหลักฐานที่มีอยู่ แสดงถึงการสืบทอดมาจาก อินเดีย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย มาจนถึงปัจจุบัน ในทางพระพุทธศาสนา สมเด็จพระอรหันต์สัมมามัมพุทธเจ้า ได้มีพุทธานุญาตให้

พระภิกษุสงฆ์ เรียนรู้วิชาโหราศาสตร์ในเรื่อง ฤกษ์ยาม เพื่อจะได้รู้เวลาทำ อุโบสถสังฆกรรม อันเป็นกิจในพระพุทธศาสนา จึงได้มีชื่อ วัน เดือน ปี และฤกษ์แสดงไว้ท้ายบอกวัตรพระ เป็นประเพณีสืบต่อมา ดูบอล

โหราศาสตร์ไทย

 

มาดูถึงความเป็นมาของ โหราศาสตร์ไทย ว่ามีความเป็นมาอย่างไรบ้าง มาดูกัน

โหราศาสตร์ เป็นวิชาที่ใช้ทายกาลล่วงหน้า หรือดูการล่วงหน้า ใช้สำหรับพยากรณ์ผลกรรมของมนุษย์ โดยอาศัยดวงดาวเป็นเครื่องพยากรณ์ ผลกรรมของมนุษย์ตามหลัก พุทธศาสนา ตามที่แสดงไว้ในกัมมวิภังคสูตร ได้แสดงผลกรรมไว้ 14 ประการ

คือ บางคนอายุยืน บางคนอายุสั้น บางคนมีโรคน้อย บางคนมีโรคมาก บางคนมีผิวพรรณดี บางคนมีผิวพรรณทราม บางคนมีศักดามาก บางคนมีศักดาน้อย บางคนมีทรัพย์สมบัติมาก บางคนมีทรัพย์สมบัติน้อย บางคนมีตระกูลสูง บางคนมีตระกูลต่ำ บางคนมีปัญญามาก บางคนมีปัญญาน้อย

โหราศาสตร์ จะเป็นเครื่องบอกผลกรรม 14 ประการ และความเป็นไปของมนุษย์ในห้วงระยะเวลา ที่มีชีวิตอยู่ได้เป็นอย่างดี แสดงเหตุและผลของดวงดาว ทำให้สามารถทำนายเหตุการณ์ ล่วงหน้าของวิถีทางของมนุษย์ และเหตุการณ์ของโลกทั่วๆไป

วิชาโหราศาสตร์ เป็นวิชาที่เก่าแก่เชื่อว่าเกิดในทวีปเอเซีย ก่อนแล้วจึงแพร่หลายไปยังแหล่งอื่น ในคัมภีร์พระเวทของพราหมณ์ ซึ่งมีอายุก่อนพุทธศาสนาก็มีคำสดุดี ดาวพระเคราะห์อยู่ด้วย สำหรับวิชาโหราศาสตร์ของไท ยตามหลักฐานที่มีอยู่

แสดงว่าได้รับสืบทอดมาจากอินเดีย เมืองไทยเราตั้งอาณาจักรสุโขทัย ก็ได้มีตำแหน่งพระมหาราชครู ซึ่งเป็นพราหมณาจารย์ และตั้งให้เป็นปุโรหิตประจำราชสำนัก สืบต่อมาในสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์

ก็ยังคงมีพราหมณาจารย์ ดำรงตำแหน่งพระมหาราชครู ในทางพระพุทธศาสนา สมเด็จพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้มีพุทธานุญาตให้ พระภิกษุสงฆ์เรียนรู้วิชาโหราศาสตร์ ในเรื่องฤกษ์ยาม เพื่อจะได้รู้เวลาทำอุโบสถสังฆกรรม อันเป็นกิจในพระพุทธศาสนา

จึงได้มีชื่อ วัน เดือน ปี และฤกษ์แสดงไว้ท้ายบอกวัตรพระ เป็นประเพณีสืบต่อมา ที่มาของเรื่องนี้มีอยู่ว่า สมัยหนึ่งพระภิกษุทั้งหลายไปบำเพ็ญ สมณธรรมอยู่ในอรัญญิกเสนาสนะ ได้มีหมู่โจรมาถามว่า วันนี้พระจันทร์กอร์ปด้วยนักขัตฤกษ์อะไร

พระภิกษุตอบว่าไม่รู้ พวกโจรจึงว่าชนเหล่านี้มิใช่สมณะ จึงไม่รู้นักขัตตบาท คงจะเป็นพวกโจรมาซุ่มซ่อนอยู่ ว่าแล้วโจรเหล่านั้นก็เข้าทำร้าย พระภิกษุเหล่านั้นแล้วหลีกไป เมื่อความเรื่องนี้ทราบถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า

พระองค์จึงทรงมีพระพุทธฎีกา ตรัสให้ประชุมพระภิกษุสงฆ์ แล้วจึงตรัสอนุญาตให้ภิกษุ ที่ไปบำเพ็ญสมณธรรมในป่า พึงเรียนรู้นักขัตฤกษ์ สำหรับอรัญญิกวัตร เพื่อรักษาตนให้พ้นอันตรายจากโจร พระคเณศ

บันไดขั้นต้นของโหราศาสตร์ไทย วิชาหมอดู

วิชาหมอดู จัดว่าเป็นบันไดขั้นต้นของ วิชาโหราศาสตร์ ทั้งสองวิชาต่างก็ใช้ดวงดาวนพเคราะห์ เป็นเครื่องวินิจฉัย หลักวิชาที่หมอดูใช้ได้แก่ ตำราเลข 7 ตัว โดยอาศัย วัน เดือน ปี และยามเวลาเกิด โดยเทียบเข้ากับหลักการของดาวเคราะห์ เป็นมูลฐานในการทำนาย

ส่วนวิชาโหราศาสตร์ มีการกำหนดท้องฟ้าเป็นจักรราศี โดยแบ่งออกเป็น 12 ราศี แบ่งออกเป็น 27 นักษัตร 36 ตรียางค์ และ 108 นวางค์ นอกจากนั้นยังมีตำรามหาทักษาพยากรณ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง

หลักตำราโหรโบราณ แทบทุกคัมภีร์มักจะนำเอาหลักเกณฑ์ ในมหาทักษาพยากรณ์ ไประคนกับหลักเกณฑ์ในวิชาโหราศาสตร์ ในวิชาโหราศาสตร์แบ่งจักรราศีออกเป็น 12 ราศี แล้วจัดดาวพระเคราะห์ เข้าครองประจำทุกราศี ที่เรียกว่า เกษตร์

และจัดให้ธาตุทั้งสี่ คือ ไฟ ดิน ลม น้ำ เข้าครองประจำทุกราศี กำหนดให้ดาวพระเคราะห์เกษตร์ประจำราศี เข้าครองธาตุตามลักษณะธาตุที่ประจำราศีนั้น และทุกราศีก็กำหนดให้เป็นทิศต่างๆ ในวิชาหมอดู มีการแบ่งท้องฟ้าออกเป็น ภูมิอัฐจักรพยากรณ์ มีดาวพระเคราะห์ ธาตุและทิศเข้าครองเหมือนหลักเกณฑ์ ในวิชาโหราศาสตร์

มาตรฐานดาว

เกษตร คือ ดาวที่ครองราศีต่างๆทั้ง ๑๒ ราศี ดวงชาตาใดที่มีดาวพระเคราะห์ อยู่ในตำแหน่งเกษตร ถือว่าเป็นดวงชาตาดี มั่นคงมีหลักฐาน มีความประพฤติดี 

ประเกษตร คือ ดาวพระเคราะห์ที่เป็นข้าศึก ตรงข้ามกับเกษตร เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ประ จะอยู่ในราศีตรงข้ามกับเกษตร ถือว่าไม่ดี มีกำลังอ่อนให้ผลตรงข้ามกับเกษตร ขาดความสามารถ ไม่เอาการเอางาน อาภัพ เช่น อังคาร อยู่ในราศีเมษเป็นเกษตร เปลี่ยนมาอยู่ราศีตรงข้ามคือราศีตุลย์

อุจจ์ มีความหมายว่าสูง ดังนั้นดวงชาตาใดมีดาวพระเคราะห์ ที่สถิตในราศีอันเป็นตำแหน่งอุจจ์ ของดวงดาวนั้นจัดว่าดวงชาตานั้นประเสริฐยิ่ง ให้คุณมากกว่าดาวพระเคราะห์ที่เป็นเกษตร และให้คุณผาดโผนกว่าปกติธรรมดา

อุจจาวิลาศ คือดาวที่กำลังโคจรจะก้าวขึ้นไปสู่อุจจ์ 

อุจจาภิมุข แปลว่า ดวงดาวที่อยู่ข้างหน้า ขึ้นหน้าล้ำหน้า หรือเกินหน้าออกไป จากตำแหน่งดวงอุจ จึงเป็นดาวที่ให้คุณหย่อน เพราะเป็นดาวที่อยู่ในเกณฑ์จะลดลงต่ำมา 

นิจ แปลว่าต่ำ ดาวพระเคราะห์ที่เป็นนิจ จะส่งผลกดดวงชาตาให้ต่ำลง ไม่มีกำลังให้คุณแก่ดวงชาตา ทำให้ถอยวาสนา เป็นคนอาภัพ ดาวพระเคราะห์ที่อยู่ในราศี เปลี่ยนเรือนกับอุจจ์ จัดเป็นดาวพระเคราะห์คู่ศัตรู เรียกว่านิจ ส่งผลให้ดุจดังปรเกษตรเป็นศัตรูกับเกษตร

ราชาโชค หมายถึง โชคของพระราชาให้คุณ คล้ายดวงอุจจาวิลาส แต่ส่งผลไปในทางนิยม หรือเสน่ห์ดึงดูด การได้มาโดยง่าย

เทวีโชค คือดาวที่อยู่ในราศีตรงข้าม กับดวงราชาโชค ให้คุณแบบเดียวกับ ราชาโชค แต่น้อยกว่าราชาโชคเล็กน้อย

มหาจักร แปลว่า ความเจริญดีงามอย่างใหญ่ ดวงดาวที่เป็นมหาจักร คือตำแหน่งของดวงดาวที่จะนำ ไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และร่ำรวยอันยิ่งใหญ่จริงๆ เป็นตำแหน่งดาวที่ให้คุณสมบัติอันดี

จุลจักร คือดาวที่สถิตอยู่ในราศีตรงข้าม กับดวงดาวมหาจักร เป็นตำแหน่งของดาวเคราะห์ ที่ให้คุณน้อยกว่าดาวเคราะห์มหาจักร

โหราศาสตร์ไทยเกี่ยวกับฤกษ์ล่าง

ฤกษ์ล่าง หรือ ภูมิดลฤกษ์ ซึ่งเหมาะเป็นชัยมงคลทางเบื้องใต้ฟ้า หรือเบื้องต่ำบนพื้นดิน โดยมนุษย์เป็นผู้กำหนดขึ้น โดยใช้วันทั้ง 7 ประกอบด้วยดิถี ขึ้น แรม และเดือน ปี ทางจันทรคติ เป็นหลักในการคำนวณนับ

เช่น ดิถีอำมฤตโชค ดิถีมหาสิทธิโชค ดิถีไม่ดี ดิถีมหาสูญ ดิถีอัคนิโรธ ดิถีร้าย/วันทรธึก ดิถีอายกรรมพลาย กระทิงวัน ดิถีเรียงหมอน ดิถีแมลงปอ วันลอย วันจม วันฟู

ดิถีอำมฤตโชค เป็นดิถีดีที่สุด ดิถีความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ดิถีทิพย์ เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานทั่วไปเกี่ยวกับความราบรื่นและสบาย ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม แต่ที่นิยมถือกันว่าข้างขึ้น ดีกว่าข้างแรม แต่อย่างไรก็ตามข้างแรมก็ใช้ได้ให้คุณเช่นกัน

ดิถีมหาสิทธิโชค เป็นดิถีที่ดีรองลงมา ดิถีความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานสำคัญ โดยเฉพาะโครงการระยะสั้น ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม แต่ที่นิยมถือกันว่าข้างขึ้น ดีกว่าข้างแรม แต่อย่างไรก็ตามข้างแรมก็ใช้ได้ให้คุณเช่นกัน

ดิถีสิทธิโชค เป็นดิถีที่ดีรองลงมา โชคดี ให้ลาภผล เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานที่เป็นโครงการระยะยาว ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม แต่ที่นิยมถือกันว่าข้างขึ้น ดีกว่าข้างแรม แต่อย่างไรก็ตามข้างแรมก็ใช้ได้ให้คุณเช่นกัน

ดิถีชัยโชค เป็นดิถีที่ดีรองลงมา ดิถีแห่งชัยชนะ เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานที่ต้องต่อสู้แข่งขันหรือรบทับจับศึก ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม

ดิถีราชาโชค เป็นดิถีที่ดีรองลงมา เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานที่ต้องขอความช่วยเหลือ จากผู้ใหญ่ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม