แม่นากพระโขนง เป็นผีตายทั้งกลม ที่เป็นที่รู้จักของไทย ลักษณะผมยาว ห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน ยืนอุ้มลูกอยู่ที่ท่าน้ำ

แม่นากพระโขนง เชื่อกันว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ในปลายสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

แม่นากพระโขนง หรือมักเรียกสั้น ๆ ว่า แม่นาก (โดยมากสะกดด้วย ค.ควาย) หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า นางนาก เป็นผีตายทั้งกลมที่เป็นที่รู้จักของไทย มีลักษณะผมยาว ห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน ลักษณะที่เห็นเด่นชัดคือ นางจะยืนอุ้มลูกอยู่ที่ท่าน้ำ

เชื่อกันว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ในปลายสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันมีศาลแม่นาค ตั้งอยู่ที่วัดมหาบุศย์ ซอยสุขุมวิท 77 (ถนนอ่อนนุช) เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร เรื่องราวความรักของ “แม่นาก พระโขนง” ที่ถูกกล่าวขานจนเป็นตำนานดัง

และถูกหยิบมาสร้างเป็นละคร ภาพยนตร์ ให้ยมกันหลากหลายเวอร์ชั่น ตำนาน “แม่นาก พระโขนง” ถือเป็นเรื่องเล่าอมตะของคนไทย ที่ร่ำลือกันมาหลายยุคหลายสมัย รายละเอียดแต่ละฉบับ อาจแตกต่างกันไปบ้าง แต่ส่วนหนึ่งมักมีเอ่ยถึง สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พระผู้ใหญ่ ดูซีรี่ย์

แม่นากพระโขนง

มาดูถึงประวัติของ แม่นากพระโขนง ว่ามีความเป็นมาอย่างไร? มาดูไปพร้อมๆกันเลย

มีสามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ด้วยกันที่ย่านพระโขนง สามีชื่อนายมาก ส่วนภรรยาชื่อนางนาก ทั้งสองใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จนนางนากตั้งครรภ์อ่อนๆ นายมากก็มีหมายเรียก ให้ไปเป็นทหารประจำการ ที่บางกอกนางนากจึงต้อง อยู่ตามลำพังเวลาผ่านไป ท้องของนางนากก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ

จนครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ ทว่าลูกของนางนากไม่ยอมกลับหัว จึงไม่สามารถคลอดออกมา ตามธรรมชาติยังผลให้นางนาก เจ็บปวดเป็นยิ่งนัก และในที่สุดนางนาก ก็ทนความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว สิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง กลายเป็นผีตายทั้งกลม หลังจากนั้น ศพของนางนากได้ถูกนำไปฝัง ไว้ยังป่าช้าท้าย วัดมหาบุศย์ ส่วนนายมากเมื่อปลดประจำการ ก็กลับจากบางกอกมายังพระโขนง

โดยที่ยังไม่ทราบความว่า เมียของตัวได้หาชีวิตไม่แล้ว นายมากกลับมาถึงในเวลา เข้าไต้เข้าไฟพอดี จึงไม่ได้พบชาวบ้านเลย เนื่องจากบริเวณบ้านของนางนาก หลังจากที่นางนากตายไป ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะกลัว ผีนางนากซึ่งต่างก็เชื่อกันว่า วิญญาณของผีตายทั้งกลมนั้นเฮี้ยน

และมีความดุร้ายเป็นยิ่งนัก ครั้นเมื่อนายมากกลับมาอยู่ที่บ้าน ผีนางนากก็คอยพยายามรั้งนายมาก ให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา ไม่ให้ออกไปพบใคร เพราะเกรงว่านายมาก จะรู้ความจริงจากชาวบ้าน นายมากก็เชื่อเมีย เพราะรักเมีย ไม่ว่าใครที่มาพบเจอนายมาก จะบอกนายมากอย่างไร นายมากก็ไม่เชื่อว่าเมียตัวเอง ตายไปแล้ว จนวันหนึ่งขณะที่นางนาก ตำน้ำพริกอยู่บนบ้าน นางนากทำมะนาวตกลงไปใต้ถุนบ้าน

ด้วยความรีบร้อน นางจึงเอื้อมมือยาวลงมาจากร่อง บนพื้นเรือนเพื่อเก็บมะนาว ที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากขณะนั้นบังเอิญผ่านมา เห็นพอดีจึงปักใจเชื่ออย่างเต็มร้อย ว่าเมียตัวเองเป็นผี ตามที่ชาวบ้านว่ากัน นายมากวางแผนหลบหนีผีนางนาก โดยการแอบเจาะตุ่มใส่น้ำ ให้รั่วแล้วเอาดินอุดไว้

ตกกลางคืนทำทีเป็นไปปลดทุกข์เบา แล้วแกะดินที่อุดตุ่มไว้ให้น้ำไหล ออกเหมือนคนปลดทุกข์เบา จากนั้นจึงแอบหนีไป นางนากเมื่อเห็นผิดสังเกต จึงออกมาดู ทำให้รู้ว่าตัวเองโดนหลอก จึงตามนายมากไปทันที นายมากเมื่อเห็นผีนางนาก ตามมาจึงหนีเข้าไปหลบ อยู่ในดงหนาด นางนากไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะผีกลัวใบหนาด นายมากหนีไปพึ่งพระที่วัด นางนากไม่ลดละพยายาม

ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้าน ที่คอยยุแยงตะแคงรั่วผัวตัวเอง อีกประการหนึ่ง ทำให้นางนากออกอาละวาด หลอกหลอนชาวบ้าน จนหวาดกลัวกันไปทั้งบาง ซึ่งความเฮี้ยนของนางนาก ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ถูกฝัง ไว้ระหว่างต้นตะเคียนคู่นั่นเอง ในที่สุด นางนากก็ถูกหมอผีฝีมือดี จับใส่หม้อถ่วงน้ำ

จึงสงบไปได้พักใหญ่ จนกระทั่งตายายคู่หนึ่งที่ไม่รู้เรื่อง เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ เก็บหม้อที่ถ่วงนางนากได้ ขณะทอดแหจับปลา นางนากจึงถูกปลดปล่อยออกมา อีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สยบลงได้ กะโหลกศีรษะส่วนหน้าผาก ของนางนากถูกเคาะออกมาทำ หัวปั้นเหน่ง เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ และนำนางนากสู่สุคติ หลังจากนั้น

ปั้นเหน่งชิ้นนั้นก็ตกทอดไป ยังเจ้าของอื่นๆอีกหลายมือ ตำนานรักของนางนาก นับเป็นตำนานรักอีกเรื่องหนึ่ง ที่ประทับใจผู้ฟังอย่างไม่รู้จบ กับความรักที่มั่นคงของนางนาก ที่มีต่อสามีที่แม้แต่ความตาย ก็มิอาจพรากหัวใจรักของนางไปได้ แทงบอลโลก

แม่นากพระโขนงกับ ข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์

เอนก นาวิกมูล ผู้ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ไทย ได้ค้นคว้าเอกสารร่วมสมัยเกี่ยวกับเรื่อง แม่นากพระโขนง นี้พบว่าจากหนังสือพิมพ์สยาม ประเภทฉบับวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2442 ของ ก.ศ.ร. กุหลาบ น่าจะมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 3

ของ อำแดงนาก ลูกสาวกำนันตำบลพระโขนง ชื่อ ขุนศรี ที่ตายลงขณะยังตั้งท้อง และทางฝ่ายลูกๆของอำแดงนาก ก็เกรงว่าบิดาของตน (สามีแม่นาก) จะไปแต่งงานมีภรรยาใหม่ และต้องถูกแบ่งทรัพย์สิน จึงรวมตัวกันแสร้งทำเป็นผีหลอกผู้คน ที่ผ่านไปมาด้วยการขว้างหิน ใส่เรือผู้ที่สัญจรไปมาใน เวลากลางคืนบ้าง หรือทำวิธีต่างๆนานา เพื่อให้คนเชื่อว่าผีของมารดา ตนเองเฮี้ยน

และพบว่าสามีของอำแดงนาก ไม่ใช่ชื่อมาก แต่มีชื่อว่านายชุ่มทศกัณฐ์ (เพราะเป็นนักแสดงในบททศกัณฐ์) และพบว่าคำว่าแม่นาก เขียนด้วยตัวสะกด ก ไก่ (ไม่ใช่ ค ควาย) แต่การที่สามีแม่นากได้ชื่อเป็น มาก เกิดขึ้นครั้งแรกจากบทประพันธ์เรื่อง “อีนากพระโขนง”

ซึ่งเป็นบทละครร้อง ในปี พ.ศ. 2454 โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เคยทรงครอบครองกระดูกหน้าผาก ของแม่นากนี้ด้วยเช่นกัน โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำมาถวาย

ในความเชื่อของคนไทย

เรื่องราวของแม่นากพระโขนง ปรากฏอยู่ทั่วไปตามความเชื่อของคนไทย ร่วมสมัยและตราบจนปัจจุบัน เช่น เชื่อว่าชื่อสี่แยกมหานาค ที่เขตดุสิตในปัจจุบัน มาจากการที่แม่นาก อาละวาดขยายตัวให้ใหญ่ และล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 ก็ยังเคย เสด็จทอดพระเนตรด้วย

หรือเชื่อว่าพระรูปที่มาปราบแม่นาก ได้นั้นคือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นต้น อีกทั้งยังเชื่อว่าท่านเป็นคนเจาะกะโหลก ที่หน้าผากของแม่นากทำเป็นปั้นเหน่ง เพื่อสะกดวิญญาณแม่นาก และได้สร้างห้องเพื่อเก็บปั้นเหน่งชิ้นนี้ ไว้ต่างหากหรือ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช

ก็ยังได้เขียนบันทึกเอาไว้ว่า เมื่อ พ.ศ. 2468 ซึ่งเป็นสมัยที่ท่านยังเป็นเด็ก ท่านเคยเห็นเรือนของแม่นากด้วย เป็นเรือนลักษณะเหมือนเรือนไทย ภาคกลางทั่วไป อยู่ติดริมคลองพระโขนง มีเสาเรือนสูง มีห้องครัวอยู่ด้านหลัง ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว

และยังเคยขึ้นไปบนศาลาการเปรียญ ของวัดมหาบุศย์ด้วย ในขณะนั้นศาลาการเปรียญหลังใหม่ บนฝ้าเพดานมีรอยเท้าเปื้อนโคลน คล้ายรอยเท้าคนเหยียบย่ำไปมาหลายรอย สมภารบอกว่าเป็นรอยเท้าของ แม่นาก ถึงอย่างไรก็ตาม ความเชื่อเรื่องแม่นากพระโขนง ยังคงปรากฏอยู่ในความเชื่อของคนไทย

ณ วัดมหาบุศย์ ภายในซอยสุขุมวิท 77 (ถนนอ่อนนุช) เขตสวนหลวงในปัจจุบัน มีศาลแม่นากตั้งอยู่ ซึ่งเป็นที่สักการบูชาอย่างมาก ของบุคคลในและนอกพื้นที่ โดยบุคคลเหล่านี้ จะเรียกแม่นากด้วยความเคารพว่า “ย่านาก” บ้างก็เชื่อว่าร่างของแม่นาก ถูกฝังอยู่ระหว่างต้นตะเคียนคู่ภายในศาล

โดยมีผู้มาบนบานขอในสิ่ง ที่ตนต้องการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องความรัก พีท ทองเจือนักแสดงชาวไทย อ้างตัวว่าสืบเชื้อสายจากแม่นาก และมีความเชื่อว่าในปัจจุบัน ปั้นเหน่งที่ทำจากหน้าผากกะโหลกแม่นาก ถูกครอบครองโดยนักสะสมพระเครื่องผู้หนึ่ง หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

แม่นากพระโขนงกับแสดง และบทประพันธ์

เรื่องราวของ แม่นากพระโขนง ได้กลายเป็นบทประพันธ์ในรูปแบบ การแสดงเป็นครั้งแรก เป็นบทละครร้องในปี พ.ศ. 2454 ในชื่อ “อีนากพระโขนง” โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ แสดงที่โรงละครปรีดาลัย (โรงเรียนตะละภัฏศึกษาในปัจจุบัน)

ได้รับความนิยมอย่างมาก จนต้องเปิดการแสดงติดต่อกันถึง 24 คืน ในทางบันเทิง เรื่องราวของแม่นากพระโขนง ได้ถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครวิทยุ และภาพยนตร์หลายครั้ง โดยเรื่องราวของแม่นากพระโขนง ได้นำมาสร้างภาพยนตร์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2470

โดยหม่อมราชวงศ์อนุศักดิ์ หัสดินทร์ แต่พอสร้างแล้วฉายจนฟิล์มเปื่อย ฟิล์มก็หล่นหายสาบสูญไปอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งยังสร้างเป็นละคร หรือภาพยนตร์ตลกล้อเลียน ก็เคยมาแล้ว เช่น ละครเวทีโอเปร่า อำนวยการแสดงโดย สมเถา สุจริตกุล ในปี พ.ศ. 2545