หลวงปู่มั่น พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ชาวจังหวัดอุบลราชธานี

หลวงปู่มั่น วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับ พระป่าที่ได้ปฏิบัติตน ตามแนวทางคำสอนอย่างเคร่งครัด

หลวงปู่มั่น พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้ปฏิบัติตนตามแนวทางคำสอน พระศาสดาอย่างเคร่งครัด และยึดถือธุดงควัตรด้วยจริยวัตรปฏิปทางดงาม จนได้รับการยกย่องจากผู้ศรัทธา ทั้งหลายว่าเป็นพระผู้เลิศทางธุดงควัตร

ท่านวางแนวทางในการปฏิบัติสมถะ และวิปัสสนาตามหลักธรรมคำสอน ขององค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้า ให้แก่สมณะประชาชนอย่างกว้างขวาง จนมีพระสงฆ์และฆราวาสเป็นลูกศิษย์ จำนวนมาก

แนวคำสอนของท่านเป็นที่รู้จักกันดี ในนามว่าคำสอนพระป่า (สายพระอาจารย์มั่น) หลังจากท่านมรณภาพลง ในปี พ.ศ. 2492 ยังคงมีพระสงฆ์ที่เป็นลูกศิษย์ของท่าน สืบต่อแนวปฏิปทาธรรมปฏิบัติของท่านสืบมา

โดยลูกศิษย์เรียกว่า พระกรรมฐานสายวัดป่า หรือ พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านได้รับยกย่อง จากผู้ศรัทธาให้เป็น พระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่า หรือ พระอาจารย์ใหญ่แห่งวงศ์พระกรรมฐานวัดป่า สืบมาจนปัจจุบัน ดูซีรี่ย์

หลวงปู่มั่น

มาดูถึงประวัติของ หลวงปู่มั่น พระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่า ว่ามีความเป็นมาอย่างไร มาดูกัน

ต้องบอกว่าหลวงปู่มั่นนั้น ได้บรรพชาตั้งแต่อายุได้ 15 ปี เป็นสามเณรที่ วัดบ้านคำบง เมื่อบวชได้ 2 ปี บิดาขอร้องให้ลาสิกขา เพื่อช่วยการงานทางบ้าน จิตท่านยังหวนคิดถึงร่มผ้ากาสาวพัสตร์ อยู่เนืองนิจ

เพราะติดใจในคำสั่งของยายว่า เจ้าต้องบวชให้ยาย เพราะยายก็ได้เลี้ยงเจ้ายากนัก ต่อมาหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ได้เดินธุดงค์มาปักกลดอยู่ที่ บ้านคำบง พระอาจารย์มั่น ในขณะเป็นฆราวาสจึงเข้าถวายการรับใช้

และมีจิตศรัทธาในข้อวัตรปฏิบัติ ของหลวงปู่เสาร์ ต่อมาได้ถวายตัวเป็นศิษย์ ติดตามเดินทางเข้าเมืองอุบลราชธานี ในปี พ.ศ. 2436 พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้ศึกษาธรรมปฏิบัติ ณ วัดเลียบ จังหวัดอุบลราชธานี และได้ออกจาริกเดินธุดงค์

ติดตามหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้ธุดงค์วิเวกไปพำนักจำพรรษา ณ พระธาตุพนม ในปี พ.ศ. 2443 ซึ่งพระธาตุพนมในสมัยก่อน ประชาชน ไม่รู้ถึงความสำคัญจึงไม่มีใครสนใจเท่าใดนัก

เมื่อคณะของท่านมาพำนักจำพรรษา จึงได้บอกให้ชาวบ้านญาติโยมทราบว่า พระธาตุพนม องค์นี้เป็นพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นพระธาตุที่บรรจุอัฐิธาตุ ของพระพุทธเจ้า เมื่อชาวบ้านได้รู้เช่นนั้นแล้ว ก็พากันบังเกิดปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง

จึงช่วยกันทำความสะอาด บริเวณพระธาตุพนม ครั้นถึงวันเพ็ญเดือน 3 ก็พาญาติโยมทั้งหลายทำบุญ จนเป็นประเพณีสืบต่อกันมา ปี พ.ศ. 2455 พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้ออกธุดงค์วิเวกเพียงลำพังองค์เดียว

ได้ไปพำนักปักหลักบำเพ็ญเพียร ที่ถ้ำสาริกา จังหวัดนครนายก ณ ถ้ำสาริกา แห่งนี้ท่านได้รู้ได้เห็นธรรมอันอัศจรรย์ และได้ประสบเหตุการณ์ต่างๆ หลายประการ อย่างตอนที่ท่านรู้สึกว่า โรคเจ็บท้องที่เคยเป็นประจำชักกำเริบ และมีอาการรุนแรงขึ้นตามลำดับ

แต่ด้วยอาศัยด้วยเหตุว่าท่าน ได้บำเพ็ญบารมี (กำลังใจในการปฏิบัติที่สั่งสม) ไว้มากในพระบวรพุทธศาสนา ท่านจึงตัดสินใจออกไปนั่งสมาธิ เจริญอสุภะกรรมฐาน จนกระทั่งจิตเกิดความอัศจรรย์ สามวันสามคืนพอจิตของท่านอิ่มตัว จากการประพฤติปฏิบัติ ได้เกิดนิมิตต่างๆขึ้นมา 

หลวงปู่มั่น

หลวงปู่มั่นในการดำรงตำแหน่ง เป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่

ปี พ.ศ. 2471 พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ได้แต่งตั้งให้ พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนั้นท่านจำใจรับตำแหน่ง เพราะเห็นแก่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท)

ซึ่งกำลังอาพาธ ท่านจึงได้เดินทางสู่ภาคเหนือ และจำพรรษาที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูวินัยธร และพระอุปัชฌาย์ ซึ่งท่านได้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้ พระอาจารย์เกตุ วณฺณโก เพียงรูปเดียวเท่านั้น

เมื่ออยู่จำพรรษาได้เพียง 1 พรรษา ท่านก็ได้ล้มเลิกความตั้งใจ ที่จะเป็นเจ้าอาวาสต่อไป โดยพิจารณาว่า “สกฺกาโร ปุริสํ หนฺติ ลาภสักการะฆ่าบุรุษให้ตาย เพราะมัวเมาในลาภยศ แล้วการปฏบัติต่างๆ ก็ค่อยๆ จมลงๆ ทุกที ในที่สุดก็เกิดการฆาตกรรมตัวเอง

คือเอาแต่สบาย ไม่มีการบำเพ็ญกรรมฐานให้ยิ่งขึ้น มีแต่จะหาชื่อเสียง อยากให้มีคนนับถือมากยิ่งขึ้นโดยวิธีการต่างๆ นี่คือฆาตกรรมตัวเอง” เมื่อออกพรรษา ท่านจึงได้สละสมณศักดิ์ และตำแหน่งเจ้าอาวาสและพระอุปัชฌาย์

แล้วหนีธุดงค์วิเวกตามป่าเขาในภาคเหนือ เป็นเวลานานถึง 12 ปี อาศัยอยู่ในเขตอำเภอพร้าว อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่ริม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่สาย อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

และสงเคราะห์อดีตคู่บำเพ็ญบุญ ในอดีตชาติของท่านชื่อ แม่บุญปัน ที่บ้านแม่กอย ต.กลางเวียง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันวัดป่าแม่กอย ชื่อ วัดป่าพระอาจารย์มั่น พระประจำวันเกิด

กลับไปสั่งสอนลูกศิษย์ ทางภาคอีสาน

ปี พ.ศ. 2482 พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ได้นิมนต์ท่านให้กลับไปสั่งสอน ลูกศิษย์ทางภาคอีสาน หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต จึงเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ เข้ากรุงเทพฯโดยรถไฟ มาพำนักที่วัดบรมนิวาส

ได้สนทนาธรรมกับ ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) แล้วจึงเดินธุดงค์ไปยัง จังหวัดนครราชสีมา มาพำนักที่วัดป่าสาลวัน ซึ่งในขณะนั้น พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นเจ้าอาวาส แล้วจึงไปจำพรรษาที่วัดป่าโนนนิเวศน์ จังหวัดอุดรธานี

ตามคำนิมนต์ขอ ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) ต่อมาท่านจึงเดินทางไปพำนัก ในเขตจังหวัดสกลนคร และในช่วงปัจฉิมวัยท่านได้ไปจำพรรษา ณ วัดป่าบ้านหนองผือ ตำบลนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร (หรือ วัดป่าภูริทัตถิราวาส ในปัจจุบัน)

พอลงหลักปักฐาน ที่วัดป่าหนองผือนาในเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ทุ่มเทสอนอุบายธรรม เพื่อการหลุดพ้นให้รู้แจ้งเห็นจริงตามอริยสัจ แก่ลูกศิษย์คณะสงฆ์และฆราวาสญาติโยมทั้งหลาย โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ตราบจนวาระสุดท้าย

หลวงปู่มั่นสำเร็จ ปฏิสัมภิทานุศาสน์ 4 อย่าง คือ

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ พระกรรมฐานแห่งยุค ตำนานชีวิตของท่านถูกกล่าวขานกันไม่รู้จบ เป็นที่ประจักษ์แก่ศิษผู้ใกล้ชิดถึงญาณความรู้ ของหลวงปู่มั่นกว้างขวางแม่นยำทุกด้าน หาผู้เสมอเหมือนได้ยากยิ่ง ท่านสำเร็จปฏิสัมภิทานุศาสน์ 4 อย่าง คือ

อัตถปฏิสัมภิทา – แตกฉานในอรรถ

ธรรมปฏิสัมภิทา – แตกฉานในธรรม

นิรุตติปฏิสัมภิทา – แตกฉานในภาษา

ปฏิภาณปฏิสัมภิทา – แตกฉานในปฏิภาณ

โดยปฏิปทาที่ท่านยึดมั่นมาตลอดชีวิตนั้น คือธุดงค์ ซึ่งธุดงควัตรข้อสำคัญที่ท่านสามารถยึดมั่น มาตลอดจนวาระสุดท้ายของชีวิต มี 7 ประการ คือ

ปังสุกุลิกังคธุดงค์ – ถือนุ่งห่มผ้าบังสุกุล

ปิณฑปาติกังคธุดงค์ – ถือภิกขาจารวัตร เที่ยวบิณฑบาตมาฉันเป็นนิตย์

เอกปัตติกังคธุดงค์ – ถือฉันในบาตร ใช้ภาชนะใบเดียวเป็นนิตย์

เอกาสนิกังคธุดงค์ – ถือฉันหนเดียวเป็นนิตย์

ขลุปัจฉาภัตติกังคธุดงค์ – ถือลงมือฉันแล้วไม่ยอมรับเพิ่ม

เตจีวริตังคธุดงค์ – ถือใช้ผ้าไตรจีวร 3 ผืน

อารัญญิกังคะ – ถือละเว้นการอยู่ในเสนาสนะใกล้บ้าน