สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความสุขสงบทางใจ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรให้สัมฤทธิ์ผล

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อคู่คนไทย ดลบันดาลให้สมหวัง ที่พึ่งทางใจเมื่อต้องการขอพรให้สมหวัง 

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราได้กล่าวถึง จะตีความไปได้อย่างไร หรือมีความหมายว่าอย่างไร แต่ที่เราทราบกันดีอยู๋แล้วว่า สำหรับคนไทยเอง ถือได้ว่ามีอิทธิพลอย่างมาก กับชีวิตประจำวันของเราในทุกๆวัน แทบเสมือนอยู่รอบตัวเราทุกที่ทุกเวลา เป็นความเชื่อที่ใช้จิตใจศรัทธา เป็นสิ่งเหนือธรรมชาติที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่บางทีเราอาจจะสัมผัสได้ด้วยจิตใจของเรา ที่มีความบริสุทธิ์ ซึ่งสำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์มักจะมาพร้อมๆกับ ความเชื่อและความศรัทธา เพราะเราไม่สามารถบอกเป็นนามธรรมได้เลยว่า จะเป็นในรูปแบบไหน หรือมาในรูปแบบใด แต่เราทุกคนนั่น ก็จะมีการนับถือศาสนากัน แม้จะแตกต่างศาสนา ทุกคนก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจของตน เมื่อทั้งยามสุข และยามทุกข์

ซึ่งบางทีเราก็อาจจะไม่ได้มีความเชื่อที่เหมือนกัน แต่เมื่อเราทุกข์ใจ หรือบางทีหาทางออกไม่เจอ หรือต้องการขอพร เพื่อทำให้ใจเรารู้สึกดีขึ้น เราก็จะมีการนึกถึงสิ่งที่เราเคารพ และศรัทธา อาจจะไม่ได้ไปถึงขึ้น เทพเจ้า เทวดา ฟ้าดินใดๆ ซึ่งสำหรับความเชื่อของแต่ละบุคคลนั่นแตกต่างกันอยู๋แล้ว เราจะมายกตัวอย่างง่ายๆ ที่ใกล้ตัวเราอย่างมาก หรือการกราบไหว้พระพุทธรูป นั่นก็ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว เพราะเมื่อเราได้เข้าวัดทำบุญ จิตใจของเราก็จะสงบลง เรื่องการบนบาน หรือขอพรให้ประสบความสำเร็จนั่นก๋เป็นปัจจัย อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้หลายๆคนนั้น ต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจนั่นเอง

สิ่งศักดิ์สิทธิ์

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คืออะไร ? ทำไมถึงมีอิทธิพลกับเรา

เสมือนว่าเป็นคำถาม ที่แม้จะมีคำตอบมาพยายามขยายความ หรืออธิบายในสิ่งตรงนี้ มันก็เป็นเหตุผลที่ ไม่ได้พิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด แต่คนเราหลายๆคน มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และสิ่งนั้นไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ต่างหาที่พึ่งทางใจ เพื่อให้ชีวิตของตนเองมีความสุข ความเจริญก้าวหน้า มีชีวิตที่ดีกันทั้งนั้น

ดังนั้นการที่มนุษย์เราทุกคน มีความเชื่อและความศรัทธา ที่จะสืบทอดกันมาจากพ่อแม่ หรือบรรพบุรุษของเรา โดยแต่ละเชื้อชาติก็จะมีความเชื่อที่สืบต่อกันมา ในรูปแบบที่ต่างออกไป หากได้สำรวจแล้ว ทางชนเผ่า หรือหลายๆที่ทั่วโลกเอง ก็จะมีความเชื่อ ในสิ่งที่ตนเองได้ศรัทธากันอยู่

โดยความเชื่อที่ได้ปรากฎอยู่ใน สังคมไทยจะสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้

1. ความเชื่อทางพระพุทธศาสนา เป็นความเชื่อที่ค่อนข้างครอบคลุมทั้งประเทศอยู่แล้ว เพราะสำหรับคนไทย มีการนับถือพระพุทธศาสนา หรือ ศาสนาพุธกันตั้งแต่ในอดีต โดยจะเป็นความเชื่อในรูปแบบของการ มุ่งเน้นพระรัตนตรัย หลักธรรมคำสอน เช่น ความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ความเชื่อเรื่องตายแล้วเกิดใหม่ สัตว์ทั้งหลายย่อมมีการเวียนวายตายเกิดตามผลกรรมของตน หรือ ความเชื่อเรื่องนรก สวรรค์ ความเชื่อในเรื่องของศีล 5 ข้อ เป็นต้น

สิ่งศักดิ์สิทธิ์

2. ความเชื่อทางวิทยาคม โดยความเชื่อนี้ก็จะเป็นความเชื่อง ในเรื่องของสิ่งลึกลับที่เหนือธรรมชาติ ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ความเชื่อด้วยกัน ได้แต่ ความเชื่อในเรื่องของเวทมนต์คาถา ที่จะเป็นตัวอักษร หรืออักขระ โดยจะมีการผูกขาดเป็นข้อความ และถือว่ามีอำนาจลึกลับแฝงเร้นอยู่ เช่น คาถาอาคมที่นำไปบริกรรม เสกเป่าหรือสวด โดยจะเชื่อกันว่าเมื่อทำแล้วจะเกิดสิ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือความขลังมากขึ้น และอีกเรื่องก็คือพวก เครื่องรางของขลัง ที่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง โดยจะมีความเชื่อว่าป้องกันเราจากอันตราย ฟันแทงไม่เข้า เช่น เหล็กไหล เขี้ยวเสือ งาช้าง เป็นต้น

3. ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สำหรับความเชื่อเรื่องนี้ก็ถือว่า อยู่คู๋กับคนไทยมายาวนานตั้งแต่สมัยอดีต โดยส่วนมากก็จะเป็น พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง พระเครื่อง รูปเสมือนพระสงฆ์ที่เคารพเลื่อมใส่ ศาลปู่ยา ศาลหลักเมือง ศาลเจ้าพ่อ ศาลเจ้าแม่

4. ความเชื่อเรื่องผีสางเทวดา สำหรับความเชื่อนี้จะเป็นสิ่งลึกลับ ที่เรามองไม่เห็นตัวตน และจะถือว่าได้มีอิทธิฤทธิ์ และพลังอำนาจที่เหนือมนุษย์ ซึ่งจะให้ทั้งคุณหรือโทษก็ได้ โดยความเชื่อนี้ก็เป็นตามภูมิภาพในประเทศไทย ซึ่งแต่ละภูมิภาคก็จะมีความเชื่อเรื่องผีสางเทวดาที่ต่างกัน

5. ความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ สำหรับเรื่อง โหราศาตร์ หรือการดูดวง ซึ่งจะอาศัย ดาราศาสตร์เป็นหลัก ซึ่งความเชื่อในรูปแบบนี้ก็จะเห็นได้มากมาย ตามชีวิตประจำวันของเรา และยังมีการเรียนการสอนเป็นวิชาอีกแขนงหนึ่ง และสามารถเป็นอาชีพได้ด้วย

สิ่งศักดิ์สิทธิ์

เคล็ดการ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ถูกต้อง

ในการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำอย่างไรให้ถูกต้อง และเราขอพึ่งบุญท่านดลบันดาล เพื่อให้สัมฤทธิ์ผลได้ดังใจปรารถนา ในการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เอง หลายๆท่านอาจจะต้องคิดว่า คือการบนบาน หรือขอพรเพื่อให้ได้ผล แต่เรานั่นอยากให้ท่านเข้าใจเสียก่อนว่า การที่เราไปขอพรท่าน ก็เพื่อเป้นการเพิ่มบุญให้แก่ตัวเรา

หรือหากจะพูดง่ายๆ เสมือนเรานั่นไปสงบจิตใจ เพื่อให้จิตใจของเราบริสุทธิ์ และคิดทำในสิ่งที่ดี เมื่อเราได้ขอพร หรือกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็จะทำให้เรารู้ว่าตัวเรานั่นได้รับบุญที่เราได้ทำเอาไว้ และเมื่อถึงเวลาร้ายๆของเรา ก็อาจจะผ่านไปได้ เสมือนสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ และสิ่งเตือนใจของเรา

โดยสำหรับการกราบไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เองเราก็ต้องทราบกันว่า เราเครารพ เรามีความเชื่อและศรัทธากับสิ่งใด ซึ่งแต่ละทงค์ แต่ละที่ ก็จะมีความแตกต่าง ทั้งในเรื่องของการ ขอโลคลาภ ขอเรื่องสุขภาพ ของเรื่องความรัก ขอเรื่องการมีบุตร และอีกมากมาย ที่จะมีความเชื่อ และล่ำลือกันต่อๆมาอีกที

โดยสำหรับ พระพุทธรูป เองนั่นหากไม่มีความเชื่อ ความศรัทธา หรือการสักการะบูชา ก็เสมือนกับรูปปั้นหินธรรมดาเท่านั้น หากเจดีย์ถ้าไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ ก็คงเป็นเพียงก้อนอิฐที่ก่อขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งความเชื่อที่ได้อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน เราก็จะทราบกันดีว่า ทุกๆสถานที่ ทุกๆสิ่งบนโลกล้วนมีที่มาตั้งแต่สมัยอดีต

ที่ทั้งพิสูจน์ได้ และพิสูจน์ไม่ได้ โดยเมื่อเราไปเคาระสักการะ ก็มักจะมีบทสวด มนต์คาถาต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป ที่ให้เราได้กราบไหว้เพื่อสักการะบูชากัน และเมื่อมีการสวดแล้วดี ขอพอ หรือการบนบานแล้วได้ผล ก็เสมือนยิ่งเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่สถานที่นั้นๆ ซึ่งเป็นผลบุญที่มาจากอรงศรัทธาของทุกคน

แต่สำหรับเรื่องการ บนบานเราไม่อยากแนะนำให้ทุกท่าน  แม้จะดูศักดิ์สิทธิ์ และน่าเชื่อถือเพราะเมื่อเราบนบานไปแล้ว หากเราสำเร็จ หรือได้ตามที่หวังไว่เราจะต้องกลับมาแก้คำพูดของเรา ในสิ่งที่เราได้บนบานไป เสมือนเป็นการตอบแทน ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในจุดมุ่งหมายนั้นๆ

แต่เราจะขอแนะนำอีกอย่างว่า ให้ตั้งจิตปรารถนา (อธิษฐาน) ให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ เพราะเมื่ออธิษฐานแล้วก็จะต้องสร้างเหตุให้ มีความตรงกับที่อธิษฐานไว้ เพราะเมื่อใดที่เหตุปัจจัยลงตัว สิ่งที่อธิษฐานจะสัมฤทธิ์ผลแล้วไม่ การตั้งจิตอธิษฐานนั้น จะเหมือนกับการการล็อคเป้าหมายที่เราอยากได้ อยากเป็น อยากมี ซึ่งเป็นผลและยังไม่เกิดนั่นเอง

โดยความเชื่อนี้ ก็ไม่ได้มีเพียงแค่ ศาสนาพุทธเท่านั้นนะ ที่ดูจะเหมือนกับ ปาฏิหาริย์ของการอธิษฐาน เพราะแทบทุกศาสนาก็มีการบันทึกเอาไว้ในเรื่องนี้เช่นกัน โดยจะมีเชื่อในส่วนของการตั้งจิตอธิษฐาน เมื่อเราคิดดีทำดี สิ่งที่เราได้รับ หรือผลตอบแทนกลับมา มันจะเป็นเรื่องที่ดีเสมอ

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

อย่างที่เราจะมีการย้ำเตือนกันบ่อยๆ ก็คือการ คิดดี ทำดี เพราะสำหรับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทีเ่ราได้กล่าวถึง เป้นสิ่งที่ก่อขึ้นจากจิตใจของมนุษย์ล้วนๆ โดยหลายๆคนเองก็อาจจะรู้สึกได้ หรืออาจจะสงสัยต่างๆนาๆ ว่าเป็นสิ่งที่มีจริงหรือไม่ ได้ผลหรือไม่ โดยเรื่องนี้กฝ้ยังเป็นเรื่องที่เรายังคำตอบกันต่อไป

โดยมีครูบาอาจารย์ ได้สอนเอาไว้เสมอว่า การกราบไหว้ หรือการสักการะครูบาอาจารย์ ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการ ถวายข้าวเครื่องเซ่นไหว้พระพุทธรูป แต่ควรบูชาพระคุณของพระพุทธเจ้าด้วย อามิสบูชา (ดอกไม้ ธูป เทียน ฯลฯ) และจะเป็นการบูชาที่ดีที่สุด และเลือกบูชาด้วยการปฏิบัติบูชา

หรือก็คือ บูชาด้วยการปฏิบัติตัวให้ดีให้ถูกธรรมทางกาย วาจาและใจ หมั่นให้ทาน ถือศีล ภาวนารวมทั้งการทำความดีต่างๆ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อย่างคำสุภาษิที่เรามักได้ยินว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นั่นเอง และถ้าหากเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับพรหม เทพ เทวดาทั้งหลาย รวมถึงบริวารทั้งหลาย

ก็อาจจะต้องมีการ กราบไหว้หรือขึ้นเครื่องเซ่นไหว้ ตามความเหมาะสม ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือเรื่องที่กำหนดไม่ได้ตายตัวว่า ทุกคนทั่วโลกจะต้องศรัทธา เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้คือความเชื่อส่วนบุคคล ทั้งในเรื่องอย่างการ ดูดวง ฮวงจุ้ย ต่างๆที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ก็เป็นสิ่งที่เราจะปฎิเสธไปไม่ได้จริงๆในเรื่องนี้

ขอบคุณผู้สนับสนุน : คลิ๊ก