สาริกาลิ้นทอง ใช้เสริมเสน่ห์ เมตตา โชคลาภ พูดอะไรใครก็หลง ใครก็เชื่อ

สาริกาลิ้นทอง วันนี้จะพามาทำความรู้จัก ของขลังที่ใช้เสริมเสน่ห์ เมตตา โชคลาภ

สาริกาลิ้นทอง คือ ของขลังที่ใช้เสริมเสน่ห์ เมตตา โชคลาภ พูดอะไรใครก็ชอบ พูดอะไรใครก็หลง พูดอะไรใครก็เชื่อ เรามักได้ยินข่าวคนดังๆ คนมีหน้าที่การงานดี มักจะไปลงคาถาสาริกา เพื่อเสริมสร้างเสน่ห์

เมตตาให้กับตนเองเพื่อที่จะได้มีงาน มีคนนิยมชมชอบสนับสนุนผลงาน ให้มีเงินทองนั้นเองและที่สำคัญให้โชคดี ของแบบนี้เชื่อหรือไม่นั้นมันขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล แต่ที่แน่ๆนั้น

คือการบูชาสาริกาให้เห็นผล นอกจากศรัทธาแล้วจำเป็นจะต้องระมัดระวัง ข้อห้ามต่างๆเพื่อไม่ให้เกิดผลเสีย ตามมาทีหลัง พุทธคุณของสาริกานั้น จะได้บังเกิดมีประสิทธิภาพ ดีที่สุด ดูซีรี่ย์

สาริกาลิ้นทอง

มาดูถึงประวัติของ สาริกาลิ้นทอง ว่ามีความเป็นมาอย่างไร มาดูพร้อมๆกันเลย

สาลิกามีฤทธิ์ทำให้เกิดเป็นที่รัก เป็นที่เมตตาแก่ผู้พบเห็น และเจรจาใช้ดีในการค้าขาย มีโชคลาภจากการเจรจาต่อรอง ทั้งในเรื่องของด้านความรัก มีคุณในด้านเมตตามหานิยม ด้านเมตามหาเสน่ห์ การเข้าหาสังคม การเข้าหาบริวาร การเข้าหาเจ้านาย

ผู้คนจะนิยมชมชอบ ค้าขาย ลูกค้าเนืองแน่นมีมาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะที่ผู้ประกอบอาชีพ เกี่ยวกับการพูดเจรจา เช่น พ่อค้าแม่ขาย ทนายความ นายหน้า ขายประกัน นักเทศน์ นักร้อง พิธีกร ลิเก หมอลำ งานกลางคืน และอาชีพด้านอื่นๆ

เกี่ยวกับการใช้ปาก ในการเจรจาต่อรองทั่วไป ใครที่ได้ยินได้ฟัง ต่างต้องหลงใหลในคำกล่าวเจรจา ปากหวานเป็นที่หนึ่ง ฟังแล้วเกิดความจับจิตจับใจ ไพเราะเพราะพริ้ง พูดแล้วทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ

พูดสิ่งใดจักได้สิ่งนั้น ตามที่ใจปรารถนา หญิงใดชายใดได้ยินได้ฟังแล้ว ต้องหลงใหลใจพะวงถวินหาทุกค่ำคืน ทำการเจรจาค้าขายดีเป็นที่หนึ่ง มีแต่คนรักใคร่เอ็นดู พูดจาดีน่าฟังน่าเชื่อถือ ทำให้เด่นกว่าใครๆ

พิธีกรรม พิธีเทวาภิเษก การปลุกเสกด้วย ลงคาถาหัวใจสาลิกา สาลิกาหลงรัง สาลิกาลิ้นทอง คาถาพญาการเวก คาถานะหน้าทอง คาถาด้านเมตตามหาเสน่ห์ มหาละลวย มหาหลง นะจังงัง คาถามหาเศรษฐี และคาถาด้านโชคลาภ เทพสาริกา

จากตำนานป่าหิมพานต์ มาจากคติความเชื่อแบบพุทธ ในไทยเราปรากฏอยู่ใน “ไตรภูมิพระร่วง” หรือ “เตภูมิกถา” วรรณกรรมพุทธศาสนาเก่าแก่ สมัยสุโขทัย เตภูมิกถาเป็นหนังสือ ที่พูดถึง จักรวาลวิทยา แบบพุทธ จักรวาลวิทยามีความสำคัญ คือเป็นคำอธิบายเรื่องความเป็นไปของโลก

ตำนานเกจิจารย์ หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จ.นครปฐม 

นกสาลิกาถูกนำมาเป็นเครื่องรางของขลัง ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ พระอาจารย์ที่ทำเครื่องรางสาลิกา ก็ได้ดัดแปลงนำมาเป็นลายสักยันต์ ส่วนฆราวาสลูกศิษย์ลูกหา ก็นำมาใช้บูชาเมตตามหานิยม หนึ่งในพระเกจิอาจารย์ ที่มีชื่อเสียงด้านการสักยันต์ มหาเสน่ห์สาลิกา

คือ หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา และเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดบางพระ จ.นครปฐม เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวนครชัยศรี และมีชื่อเสียงด้านการปลุกเสก วัตถุมงคล

ตามประวัติของท่าน เดิมชื่อ ด.ช. เปิ่น ภูระหงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2466 เป็นชาวนครชัยศรีแต่กำเนิด มีความสนใจด้านวิทยาคม ภายหลังครอบครัวของท่าน ได้ย้ายไปตั้งรกรากที่จังหวัดสุพรรณบุรี

ภายหลังท่านต้องกลับมา เกณฑ์ทหารที่จังหวัดนครปฐม เมื่อย้ายภูมิลำเนามา ตำแหน่งทหารราชโยธาที่ได้รับ ถูกประกาศยกเลิก จึงช่วยบิดาทำนาเลี้ยงชีพ และ ได้ศึกษาวิชาสักยันต์จากพระอาจารย์หิ่ม อินทโชโต วัดบางพระ ในอำเภอนครชัยศรี

หลังจากนั้นท่านก็เข้าพิธีอุปสมบท ได้รับฉายา “ฐิตคุโณ” พระอาจารย์หิ่ม อินทโชโต ถ่ายทอดความรู้เรื่อง อักขระโบราณ และรูปร่างยันต์ต่างๆ เพื่อลงอาคม หลังจากพระอาจารย์หิ่ม มรณภาพ หลวงพ่อเปิ่นก็ได้จาริกธุดงควัตร ไปหลายๆที่และมีชื่อเสียง

เรื่องการใช้สมุนไพรช่วยรักษาคนไข้ และสร้างเหรียญวัตถุมงคล รวมถึงการสักยันต์ให้กับลูกศิษย์ลูกหา นอกจากยันต์มหาเสน่ห์สาลิกา ตามแบบฉบับของหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระแล้ว ก็ยังมีอาจารย์หลายสำนัก วาดออกมาด้วยลวดลายที่สวยงาม เป็นยันต์มหาเสน่ห์ สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย 

สาริกาลิ้นทอง

สาริกาลิ้นทองกับข้อห้ามในการบูชา 

ห้ามพูดหยาบคาย ส่อเสียดหรือยุแยงให้ผู้อื่น ทะเลาะเบาะแว้งกัน ทำให้เกิดความแตกแยก ผิดใจกันโดยเฉพาะผู้ที่ได้รับ การลงสาริกา นอกจากจะทำให้อำนาจพุทธคุณ ไม่บังเกิดผลแล้ว ยังเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ และอาจเป็นการสร้างศัตรูอีกด้วย

ห้ามถ่มน้ำลายลงพื้นธรณี เพราะถือว่าเป็นการกระทำลบหลู่ ต่อแม่ธรณี อีกทั้งพระเวทย์ที่ได้รับ การประสิทธิ์ในมนต์สาริกานั้น มีพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งผู้ที่ได้รับการลงสาริกา มาแล้วด้วยนั้นยิ่งไม่สมควร กระทำโดยเด็ดขาด

ห้ามกระทำจาบจ้วงลบหลู่ ดูหมิ่นบุพการี ผู้มีพระคุณทั้งหลาย ซึ่งถือเป็นการอกตัญญูอย่างที่สุด อำนาจพุทธคุณนั้น หากอยู่ในมือของผู้ที่คิดดีทำดีแล้ว ไซร้จะยิ่งมีแต่ส่งเสริม ให้ผู้นั้นมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง

หากผู้นั้นเป็นบุคคลที่อกกตัญญู จะนำพาให้ผู้นั้นมีแต่ความตกต่ำ อับจนหนทางการบูชาสาริกา ก็จะไม่บังเกิดผลใดๆเลย ห้ามลบหลู่ดูหมิ่นครูบาอาจารย์ ผู้ที่ปลุกเสกสาริกา หรือครูบาอาจารย์ผู้สักยันต์สาริกา หรือลงสาริกาให้

เพราะจะทำให้พุทธคุณต่างๆ นั้นเสื่อมลงอีกทั้งยังเป็นการอกตัญญู ต่อครูบาอาจารย์อย่างร้ายแรง ศิษย์มีครูเหมือนงูที่มีพิษ แต่หากศิษย์คิดล้างครูแล้ว ย่อมพบแต่ความวิบัติ หาความเจริญไม่ได้แน่นอน

ข้อห้าม ในการบูชาสาริกาทั้งหมดนี้ เป็นข้อห้ามสำคัญ ที่ผู้บูชาสาริกาหรือผู้ที่ผ่าน การสักยันต์สาริกา ลงสาริกาจะต้องยึดถือ เป็นข้อห้ามเด็ดขาด บางสำนักนั้นอาจมีกฏข้อห้าม

ในการบูชาสาริกา มากกว่านี้อีกมาก แต่จากประสบการณ์ ในการบูชาสาริกา โดยตรงนั้นเห็นสำคัญว่า ข้อห้ามดังที่กล่าวมานั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ไม่ควรละเมิดอย่างเด็ดขาด 10 กำไลมูเตลู

ตามความเชื่อสาริกาลิ้นทองจะช่วยในเรื่องอะไรบ้าง

ตามความเชื่อเป็นนกชนิดหนึ่ง ที่มีเสียงไพเราะ และจะส่งเสียงได้ไพเราะที่สุด ในตอนช่วงหาคู่ ดังนั้นเราจึงมักเห็นของขลังชนิดนี้ เป็นรูปนก หรือนกคู่และยังเชื่อกันว่า หากใครมีสาริกาไว้ติดตัว จะไปเจรจาการงานใดๆกับใคร

ก็จะประสบผลสำเร็จทุกประการ พูดจาอะไรจะมีแต่คนฟัง คนเชื่อ มีอำนาจในการต่อรอง และยังมีการทำสาริกา ในหลากหลายรูปแบบ เช่น ลงคาถาตามร่างกาย เจิมตามร่างกาย หรือแม้แต่การสักน้ำมัน

การบูชานกสาริกาลิ้นทอง ของครูอาจารย์ท่านต่างๆ

  1. บูชาด้วยน้ำเปล่า 1 แก้ว , ผลไม้ 1 อย่าง ทุกวันพระ แล้วแต่ผู้บูชาจะจัดหาบูชา
  2. ควรวางพวงมาลัย ทุกวันพระ ตอนที่เราอยู่บ้าน เช่น พวงมาลัยดอกกุหลาบ หรือดอกดาวเรือง
  3. การวางสาริกา หรือเก็บสาริกาเมื่ออยู่ที่พัก ไม่ควรวางรวมกับพระเครื่อง ให้วางต่ำกว่าพระเครื่อง ไม่ควรวางไว้ที่ปลายเท้าชี้ไป

สาริกาลิ้นทองกับคาถาใช้สวดภาวนา หากต้องการให้คนรักใคร่

คาถาสาริกา มีพุทธคุณทางด้านเมตตา มหาเสน่ห์ ลงได้ทั้งวัตถุมงคลและเครื่องราง พูดจากเป็นมหาเสน่ห์ เจรจาค้าขายดีเยี่ยม ใช้สวดภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ตอนท่องถึงคำว่า มิ ก็ให้แตะที่ลิ้นด้วยทุกครั้ง

คาถาสาริกาลิ้นทอง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

พุทธา อะเนนา มะลิยา สุสังคะเยมิ

พุทธาอิริมะลิยา สุสังคะเยมิ

พุทธา อิรปะโย เคมะคุณนะ ปักเขสะเมมะมิ

อุนาโลมา ปันนะ วิชายะเต