ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเก่าแก่อยู่คู่กรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน

ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ วันนี้จะพาสายมูเตลูไปไหว้ กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ของชาวกรุงเทพมหานคร 

ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ เป็นศาลที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับการ สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ตามธรรมเนียมพิธีพราหมณ์ว่า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สายมูต้องไป ก่อนที่จะสร้างเมืองจะต้องทำพิธียกเสาหลักเมือง ในที่อันเป็นชัยภูมิสำคัญ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองที่จะสร้างขึ้น ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

ตั้งอยู่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของท้องสนามหลวง ไหว้ขอพรศาลหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จุดสำคัญของศาลหลักเมืองคือ เสาหลักเมือง ซึ่งได้กระทำพิธียกเสาขึ้นเมื่อ วันที่ 21เมษายน พ.ศ.2325

เดิมทีเสาหลักเมือง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สายมูต้องไป มีเพียงศาลาปลูกไว้กลางแดดกันฝนเท่านั้น ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ จนชำรุดลงอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 4 พ.ศ.2395 จึงโปรดเกล้าฯให้ทำขึ้นใหม่อีกเสาหนึ่ง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ ศาลหลักเมืองกรุงเทพ มีเสาหลักเมือง 2ต้น นับจากนั้นเป็นต้นมา

สำหรับศาลาศาลหลักเมืองหลังปัจจุบันนี้ ไหว้ขอพรศาลหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง มีรูปแบบเป็นอาคารเครื่องปูน ทรงยอดปรางค์ มีมุขยื่นทั้ง 4ด้าน แต่ละด้านมีหลังคาซ้อน 2ชั้น และมีมุขลดอีกด้านละ 1ชั้น มีหลังคากันสาดโดยรอบ เครื่องมุงประดับกระเบื้องเคลือบ ตามลักษณะสถาปัตยกรรมอยุธยาในอดีต

ได้รับการออกแบบโดย พล.อ.ต. อาวุธ เงินชูกลิ่น (ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะสถาปัตยกรรม ในเวลาต่อมา) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชวินิจฉัยในงานออกแบบครั้งนี้ด้วย โดยมีการบูรณะระหว่างปี พ.ศ.2425-2529 โหลดเกมส์

ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ

มาดูถึงประวัติของ ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร? มาดูไปพร้อมกันเลย

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้โปรดเกล้าให้กระทำพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน6 ขึ้น10 ค่ำ ตรงกับวันที่ 21เมษายน พ.ศ.2325 เวลา 6.54 นาฬิกา การฝังเสาหลักเมืองมีพิธีรีตอง ตามพระตำราที่เรียกว่า พระราชพิธีนครฐาน

ใช้ไม้ชัยพฤกษ์ทำเป็นเสาหลักเมือง ไหว้ขอพรศาลหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ประกับด้านนอกด้วยไม้แก่นจันทน์ที่มี เส้นผ่าศูนย์กลางวัดที่โคนเสา 29เซนติเมตร สูง 187นิ้ว กำหนดให้ความสูงของเสาหลักเมืองอยู่พ้นดิน 108นิ้ว ฝังลงในดินลึก 79นิ้ว มีเม็ดยอดรูปบัวตูม สวมลงบนเสาหลัก

ลงรักปิดทอง ล้วงภายในไว้เป็นช่องสำหรับบรรจุดวงชะตาเมือง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าให้ขุดเสาหลักเมืองเดิม และจัดสร้างเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ ทดแทนของเดิมที่ชำรุด เป็นแกนไม้สัก ประกับนอกด้วยไม้ชัยพฤกษ์ 6แผ่น สูง 108นิ้ว ฐานเป็นแท่นกว้าง 70นิ้ว

บรรจุดวงเมืองในยอดเสาทรงมัณฑ์ ที่มีความสูงกว่า 5เมตร และอัญเชิญหลักเมืองเดิม และหลักเมืองใหม่ ประดิษฐานในอาคารศาลหลักเมืองที่สร้างใหม่ มียอดปรางค์ ก่ออิฐฉาบปูนขาว ได้แบบอย่างจากศาลหลักเมืองกรุงศรีอยุธยา เมื่อปีพุทธศักราช2395 ศาลหลักเมืองได้รับการปฏิสังขรณ์ อีกหลายครั้งในปี พ.ศ.2523

มีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สายมูต้องไป เพื่อเตรียมการเฉลิมฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ครบ 200ปี พ.ศ.2525 ศาลหลักเมืองได้รับการบูรณะอย่างสวยงาม ด้านทิศเหนือจัดสร้างซุ้มสำหรับประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง 5

คือเจ้าพ่อหอกลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรี มีการจัดละครรำ ละครชาตรี ให้ผู้ต้องการบูชา ว่าจ้างรำบูชาศาลหลักเมืองอยู่ด้านข้าง วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มาเป็นพันปี

วิธีไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ มีลำดับการไหว้อย่างไร?

ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ

เมื่อมาไหว้ ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สายมูต้องไป ไม่ใช่แค่เพียงเสาหลักเมืองเท่านั้น ที่มีความศักดิ์สิทธิ์แต่ยังมีอีกหลายจุด ที่น่าไหว้ขอพรด้วยเช่นกัน สำหรับการไหว้ศาลหลักเมือง ตามลำดับนั้นแนะนำให้ไหว้ขอพร 5 จุดเรียงกันไปดังนี้

  • หอพระพุทธรูป
  • ศาลาจำลอง
  • อาคารศาลหลักเมือง
  • ศาลเทพารักษ์ทั้ง 5
  • จุดเติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด

วิธีไหว้ศาลหลักเมืองจุดที่1 หอพระพุทธรูป อันดับแรกเมื่อมาไหว้ศาลหลักเมือง ควรเริ่มต้นที่ “หอพระพุทธรูป” ก่อนเป็นอันดับแรกในหอนี้ จะมีพระพุทธรูปประจำวันเกิดประดิษฐานอยู่ การสักการะจุดนี้ให้นำดอกบัวไปถวาย และใส่บาตรพระประจำวันเกิด เพื่อเสริมมงคลให้ผู้ไหว้ก่อนเป็นอันดับแรก

วิธีไหว้ศาลหลักเมืองจุดที่2 ศาลาจำลอง ไหว้ขอพรศาลหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในจุดนี้มีเสาหลักเมืองจำลอง วิธีการไหว้ให้จุดธูปเทียนกล่าวคำอธิษฐาน จากนั้นปักธูปในกระถาง แล้วนำทองคำเปลวมาปิด ตามด้วยนำผ้าแพร 3สีมาผูกที่เสาหลักเมืองจำลอง สามารถทำเพียงหลักใดหลักหนึ่งก็ได้ ไม่จำเป็นต้องผูกทุกเสา

วิธีไหว้ศาลหลักเมืองจุดที่3 อาคารศาลหลักเมือง จุดนี้ไม่สามารถจุดธูปเทียนได้ แต่สามารถนำพวงมาลัยมาถวายได้ 1 พวง

พระคาถาบูชาสักการะองค์พระหลักเมือง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ (3 ครั้ง)

ศรีโรเม เทพเทวานัง พระหลักเมือง

เทวานัง พระภูมิ เทวานัง ทีปธูปจะบุปผัง

สักการะนัง เตปิตุมเห

อานุรักขันตุอาโรคะเยนะสุ เขนะจะฯ

วิธีไหว้ศาลหลักเมืองจุดที่4 ศาลเทพารักษ์ทั้ง5 จุดนี้ให้นำพวงมาลัย 5 พวงถวายเทพารักษ์ทั้ง 5

  • พระเสื้อเมือง เป็นเทพารักษ์คุ้มครองป้องกันภัยทั้งทางบก และทางน้ำ ไหว้ขอพรศาลหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง คุมไพร่พลรักษาบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากศัตรู
  • พระทรงเมือง เป็นเทพารักษ์มีหน้าที่ปกป้องดูแลทุกข์สุขของราษฎรทั้งแผ่นดิน และดูแลความผาสุกของบ้านเมือง มี “ปู่เจ้าเขาเขียว” และ “ปู่เจ้าสมิงพราย” เป็นบริวาร
  • พระกาฬไชยศรี เป็นเทพารักษ์ที่เป็นบริวาร “พระยม-เทพเจ้าแห่งความตาย” มีหน้าที่ป้องมิให้ผู้ใดทำความชั่ว รวมทั้งสอดส่องดูแลบุคคลอันธพาล ในยามวิกาล
  • เจ้าหอกลอง หรือที่หลายคนเรียก เจ้าพ่อหอกลอง เป็นเทพารักษ์ที่มีหน้าที่ดูแล รับผิดชอบเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแผ่นดิน ตามธรรมเนียมอย่างโบราณที่ใช้ สัญญาณกลองในการสื่อสาร เพื่อแจ้งเหตุเรื่องอัคคีภัย หรือรักษาเวลาโมงยาม
  • เจ้าเจตคุปต์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สายมูต้องไป หรือที่หลายคนเรียกว่า เจ้าพ่อเจตคุปต์ เป็นเทพารักษ์ที่เป็นบริวารแห่งพระยม มีหน้าที่จดความชั่วร้ายของมนุษย์ เพื่อรายงานพระยมเมื่อตายไปแล้ว

ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯวิธีไหว้จุดที่5 จุดเติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด

จุดนี้เป็นจุดสุดท้าย ในการไหว้ศาลหลักเมือง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สายมูต้องไป ให้เติมน้ำมันตะเกียงที่พระ ประจำวันเกิดครึ่งขวด ครึ่งขวดที่เหลือให้นำไปเติมที่ ตะเกียงสะเดาะเคราะห์เพื่อเป็นการปัดทุกข์โศก โรคภัยออกไปจากชีวิต การเติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเข้ามา

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายใน ศาลหลักเมืองแห่งนี้ ศาลหลักเมืองยังมีวัตถุมงคล ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชน ผู้มีจิตศรัทธาได้ให้เช่าบูชา รวมถึงจัดให้มีการแสดงละครประจำวัน และละครรำเพื่อเป็นการถวายแก้บน และความเป็นสิริมงคล

กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียน โบราณสถานศาลหลักเมือง เมื่อวันที่ ๒๑พฤษภาคม ๒๕๑๘ นับได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้ นอกจากจะมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนคนไทย ทั่วไปอย่างแท้จริง

ในวันที่ ๒๑เมษายนของปี ถือเป็นวันสถาปนาองค์พระหลักเมือง ไหว้ขอพรศาลหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง จะจัดพิธีบวงสรวงตามประเพณีพราหมณ์ ศาลหลักเมือง เปิดให้การบริการตั้งแต่เวลา ๐๖.๓๐ – ๑๘ ๓๐ น. ทุกวันและเปิดบริการตลอดคืน ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และเทศกาลตรุษจีน

ความเชื่อเรื่องศาลหลักเมือง

ตามความเชื่อของการสร้างเสาหลักเมือง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สายมูต้องไป เป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณโดย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้อธิบายไว้ว่าการสร้างหลักเมือง เป็นประเพณีพราหมณ์ที่มาแต่อินเดีย และประเทศไทย ก็ได้ตั้งหลักเมืองขึ้นตามธรรมเนียมพราหมณ์

โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองนั้น มีความร่มเย็นเป็นสุข เพราะว่าเสาหลักเมือจะเป็นที่สถิต ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งปกป้องคุ้มครองเมือง นั่นเองนอกจากนี้ยังมี ตำนานศาลหลักเมือง ที่ไม่มีบันทึกในพงศาวดาร เป็นเรื่องเล่าปากต่อปากกันว่า ในพิธีฝังเสาหลักเมืองนั้น จะจับคน4คน ฝังลงไปในหลุมทั้งเป็น

เพื่อให้วิญญาณของคนเหล่านั้น อยู่เฝ้าหลักเมืองเป็นผีเฝ้าคุ้มครอง บ้านเมืองป้องกันภัยต่างๆจากศัตรู ซึ่งความเชื่อนี้เป็นเพียงเรื่องเล่า การตั้งเสาหลักเมือง เป็นไปตามความเชื่อ

และสิริมงคลแก่บ้านเมืองต่างๆ ที่ได้สร้างขึ้นทำให้นอกจากกรุงเทพฯ ไหว้ขอพรศาลหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง แล้วจังหวัดอื่นๆในประเทศไทย ก็มีศาลหลักเมืองเช่นกัน เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของผู้คนในเมืองนั่นเอง