พระแม่อุมาเทวี หรือ เจ้าแม่อุมา หรือ ปารวตี เทวีแห่งพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ วาสนาบารมี

พระแม่อุมาเทวี วันนี้จะพามารู้จักกับ พระแม่ผู้เป็นใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด เป็นเทวีแห่งอำนาจบารมีและวาสนาอันสูงสุด

พระแม่อุมาเทวี หรือ เจ้าแม่อุมา หรือ ปารวตี คือ พระแม่ผู้เป็นใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด และเป็นเทวีแห่งอำนาจบารมี และวาสนาอันสูงสุด หากใครหมั่นบูชาพระองค์อย่างสม่ำเสมอ พระองค์จะทรงประทานยศถาบรรดาศักดิ์ และความเป็นใหญ่ให้แก่ผู้นั้น

อำนาจแห่งพระแม่อุมาเทวี ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาสิ่งใดเทียบได้ พระองค์ทรงประทานกำลังวังชา แห่งความเป็นหญิงประทานชัยชนะเหนือผู้ร้าย ทำลายสิ่งชั่วช้าเลวทราม อีกทั้งยังช่วยประทานบริวารมากมาย และอำนาจในการปกครองได้ด้วย

สำหรับผู้ครองเรือน พระองค์ทรงประทานพรด้านความสมบูรณ์ หรือความผาสุขในการครองเรือน ทำให้ครอบครัวเปี่ยมสุข และปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง พระแม่อุมา ทรงเป็นมารดาแห่ง พระพิฆเนศ เป็นชายาแห่ง พระศิวะ มหาเทพผู้ทำลายโลก 1 ใน 3 แห่ง พระตรีมูรติ

พระแม่อุมา จึงเป็น 1 ใน 3 แห่งพระตรีศักติด้วย (ตรีศักติ หมายถึง พระแม่ทั้งสาม ได้แก่ พระแม่อุมา พระแม่ลักษมี พระแม่สรัสวตี) พระองค์มีวิมานสถิต ณ เขาไกรลาส เช่นเดียวกับพระศิวะเทพ

มีสัญลักษณ์ประจำพระองค์ คือ โยนี (ฐานรองศิวลึงก์) มีทิพยรูปเป็นหญิงที่งดงาม เปี่ยมไปด้วยความเมตตา เป็นมารดาแห่งสรรพชีวิตทั้งปวง ฉลองพระองค์ด้วยอาภรณ์หลากสีสัน ประดับด้วยทองคำอย่างวิจิตร ดูซีรี่ย์

พระแม่อุมาเทวี

มาดูถึงตำนานของ พระแม่อุมาเทวี เทวีแห่งพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร มาดูพร้อมๆกันเลย 

ตามตำนานโบราณกล่าวกันว่า “พระแม่อุมา ” นั้นแต่เดิมเกิดขึ้นจากการที่พระศิวะ ใช้พระหัตถ์ข้างขวาลูบเบาๆที่กลางพระอุระ พระแม่อุมาจึงจุติขึ้นกลางทรวงอกของพระศิวะ บ้างก็กล่าวไว้ว่าพระแม่อุมาเทวี เป็นธิดาของ ท้าวหิมวัต และ พระนางเมนกา เทพผู้เป็นใหญ่แห่งภูเขาหิมาลัย

แต่ในบางคัมภีร์กล่าวไว้ว่าพระอุมา เป็นธิดาของ พระทักษะประชาบดี และเป็นพี่น้องกับ พระแม่คงคา (พี่สาวของพระแม่อุมา) พระอุมาในภาคนั้นมีพระนามว่า พระสตี เป็นชายาของ พระมุนีภพ คือ พระศิวะ อีกภาคหนึ่ง เรื่องราวในตอนนี้คงเป็นตอนก่อนกำเนิด เป็นพระแม่อุมาเทวี ซึ่งได้ปรากฏเป็นเรื่องเล่าขานกัน เริ่มต้นจากความจงรักภักดีต่อพระสวามี (พระศิวะ)

โดยพระนางได้ใช้อิทธิฤทธิ์บันดาล ให้ไฟเผาไหม้ตนเองซึ่งกล่าวไว้ว่า พระศิวะ ทรงอวตารลงมาในภาคของ มุนีภพ แต่ก็ด้วยความที่พระองค์ทรงแปลงร่างอวตารลงมา ในชุดนุ่มห่มแบบปอนๆมอซอ และมีสังวาลสวมคอเป็นประคำ

โดยนำกระดูกมาร้อยต่อกัน ไว้ผมหนวดเครารุงรัง ชอบนอนตามป่าช้า ร่างกายมีกลิ่นตัวเหม็นสาบ (แตกต่างจากการแบ่งภาคอื่นๆ) ทั้งนี้ก็เพื่อเสริมสร้างบารมี ด้วยการ บำเพ็ญตน บำเพ็ญตบะ ซึ่งกาลต่อมาด้วยบุญกรรม ที่สร้างสมกันมาแต่ก่อน ทำให้พระนางสตีมองเห็นรูปกาย ที่แท้จริงว่าพระมุนีภาพองค์นี้ก็คือ ภาคหนึ่งแห่งองค์พระศิวะ ผู้เป็นผู้ใหญ่ในสามโลก

พระนางสตี จึงตกลงใจอยู่คอยรับใช้ดูแลในฐานะ ชายา ฝ่ายพระทักษะประชาบดีมิได้เห็นด้วย กับความคิดของพระนางสตีนัก แต่ก็มิได้ขัดขวางแต่ประการใด ก็มีความคิดที่มาได้ไม่ชอบใจ ในตัวของพระมุนีภพเลย กลับแสดงความรังเกียจในการกระทำ ทั้งรูปร่างการแต่งกายของพระมุนีภพ มาโดยตลอด

พระทักษะประชาบดี นั้นมีพระธิดามากมายนักและก็มากด้วย ราชบุตรเขยเช่นกันเป็นต้นว่า พระจันทร์ พระยมราชและพระมุนีอีกจำนวน 11 องค์ ซึ่งล้วนแต่มีอิทธิฤทธิ์บารมีทั้งสิ้น ฝ่ายบรรดาราชบุตรเขยต่างๆ ก็คอยเอาอกเอาใจผู้เป็นพ่อตา อยู่เป็นนิจตลอดมา เว้นก็แต่พระมนีภพผู้เป็นสวามี พระนางสตีเท่านั้น ที่ไม่เคยเข้ามาเอาใจเลย จึงเป็นเหตุผลอีกกรณี ที่ทำให้พระทักษะประชาบดี ยิ่งไม่พอใจมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก

จนกระทั่งวันหนึ่งพระทักษะประชาบดี ต้องการจัดพิธียัญกรรม โดยพิธีการนี้ได้เชิญเหล่าเทพต่างๆบนสวรรค์ พร้อมทั้งเหล่าราชบุตรเขยเข้าร่วม ในพิธีกรรมนี้ทุกองค์ แต่ก็ยกเว้นพระมุนีภพเพียงพระองค์เดียว ที่ไม่ได้ให้เข้าร่วมพิธียัญกรรม ในครั้งนี้ด้วย

ด้านพระนางสตีเมื่อได้ฟังดังนั้น จึงเข้าสอบถามกับผู้เป็นบิดาถึงเรื่องนี้ ว่ามีเหตุอันใดจึงไม่เชิญพระสวามีของตน ให้เข้าร่วมพิธียัญกรรม ฝ่ายผู้เป็นพ่อแรกๆก็กล่าวถึงการกระทำ การแต่งกายของพระมุนีภพ ว่าไม่เหมาะสมและพูดจาดูหมิ่น ดูถูกพระมุนีภพในทางที่เสียหาย ซึ่งทุกสิ่งที่กล่าวได้กระทำต่อหน้า ราชบุตรเขยองค์อื่นๆ ที่มาร่วมในงานนี้

แต่พระนางสตีก็อ้อนวอนต่อบิดา ให้พระสวามีของตนได้เข้าร่วมในพิธีนี้ จนพระทักษะประชาบดีเกิดความรำคาญเป็นยิ่งนัก จึงกล่าววาจาด้วยเสียงอันดัง ต่อหน้าผู้เข้ามาร่วมในพิธีด้วย ความดูหมิ่นรังเกียจต่อพระมุนีภพยิ่งนัก 

จนในที่สุดพระนางสตีผู้จงรักภักดี ต่อสวามีของตน สุดที่จะทนต่อไปได้ในวาจาที่รับฟังจากพระบิดาตนเอง ที่กล่าวประจานพระมุนีต่อหน้าผู้อื่น พระนางสตีจึงตัดสินพระทัย แสดงอิทธิฤทธิ์เปล่งแสงเปลวไฟอันร้อนแรง จากภายในกายจนเผาตนเองมอดไหม้ ต่อหน้าพระบิดาและผู้ร่วมพิธี จนสิ้นชีพในที่สุด (บางคัมภีร์กล่าวไว้ว่าพระนางสตี กระโดดเข้ากองไฟในพิธี) พระราหู

พระแม่อุมาเทวีมีร่างอวตาร อยู่หลายปางโดยปางที่สำคัญที่สุดมี 2 ปาง คือ

พระแม่อุมาเทวี มีร่างอวตารอยู่หลายปาง โดยปางที่สำคัญที่สุดมี 2 ปาง คือ ปางพระแม่ทุรคา (ทุรกา) และ ปางพระแม่กาลี (เจ้าแม่กาลี) ส่วนอีกปางหนึ่งที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนไทย ก็คือ ปางพระแม่อุมาตากี ซึ่งเป็นร่างอวตารของพระแม่อุมาเทวี

ที่รวมเอาพระแม่หลายพระองค์ ได้แก่ พระแม่อุมา พระแม่ลักษมี และ พระแม่สรัสวดี เข้าไว้ในร่างเดียวกัน และเป็นที่นิยมนับถือกันมาก ในหมู่ผู้นับถือนิกายศักติ หรือนิกายที่นับถือว่าเทพสตรีทั้ง 3 พระองค์ นี้ยิ่งใหญ่เหนือกว่า พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ

เชื่อกันว่าอำนาจแห่งพระอุมานั้น ยิ่งใหญ่หาสิ่งใดเทียบเทียมได้ ทรงมอบอำนาจวาสนา และความเป็นใหญ่ให้แก่ผู้บูชา ทรงประทานชัยชนะเหนือศัตรู ประทานกำลังวังชา ความสามารถเพื่อทำกิจต่างๆให้ลุล่วง

ทรงทำลายสิ่งชั่วช้าชั่วร้าย คนชั่ว และผู้เบียดเบียนชีวิตของผู้บูชา ตลอดจนประทานบริวาร อำนาจในการปกครอง และบารมีแก่ผู้หญิง พระองค์ยังทรงประทานพรด้านความสมบูรณ์ ความอิ่มเอม ความผาสุกในการครองเรือน ครอบครัวที่เปี่ยมสุข ประทานบุตรที่ดี

รวมทั้งประทานปัจจัยที่เพียบพร้อม ในการเลี้ยงดูบุตรให้เติบโตขึ้นเป็นคนดี ทรงคุ้มครองหญิงตั้งครรภ์ ให้คลอดง่าย ตลอดจนการคุ้มครอง ผู้ศรัทธาให้ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง ทรงดลบันดาลให้ผู้บูชา ได้รับความนับถือศรัทธา การยำเกรงจากผู้คนทั่วไป ทรงให้การช่วยเหลือผู้ประพฤติดีเสมอ

เทศกาลนวราตรี เทศกาลสำคัญแห่งการบูชาพระอุมาเทวี

เทศกาลสำคัญแห่งการบูชา พระอุมาเทวี คือ เทศกาลนวราตรี (Nava ratri) ซึ่งตรงกับวันขึ้น 1-9 ค่ำ เดือน 11 โดยในประเทศอินเดียจะมีการประกอบ พิธีบูชาพระมาเทวีในอวตารต่างๆ อย่างยิ่งใหญ่วันละ 1 ปาง

เรียงตามลำดับคือ มหากาลี , ทุรคา หรือมหิษาสุรมรรทินี , จามุณฑา , กาลี , นันทา , รักธาฮันตี , สัคคมพารี , ทุรคา และลัคภรมารี เพื่อระลึกถึงการประหารอสูรที่สำคัญต่างๆ ระหว่างนี้ผู้บูชาจะต้องถือพรต กินอาหารมังสวิรัติ บางท้องที่ต้องถือศีลอด

มีการถวายเครื่องสังเวย อย่างอลังการ สรงน้ำองค์เทวรูป สวดมนต์บูชาตลอดวันตลอดคืน และในวันที่ 9 จะมีการอัญเชิญเทวรูปสำคัญ ออกจากเทวาลัยไปแห่แหนรอบเมือง ให้ประชาชนได้สักการบูชาด้วย นอกจากการกระทำการสักการบูชาแล้ว

ยังสามารถประกอบกุศล เพื่อถวายกุศลบูชาแด่พระอุมาเทวี ได้อีกด้วยอาทิ การบริจาคเงินหรือมีส่วนร่วม ในกิจกรรมขององค์กร มูลนิธิ รวมทั้งการรักษาพยาบาล ในด้านที่เกี่ยวกับครอบครัว ผู้หญิงและเด็ก การบริจาคเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ ยารักษาโรคแก่ผู้ด้อยโอกาส และผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยทุกอย่าง จะต้องกระทำขึ้นด้วยจิตใจ อันบริสุทธิ์เท่านั้น

พระแม่อุมาเทวีกับคาถาบูชา

คาถาบูชาพระแม่อุมาเทวี มีหลายบท ให้เลือกสวดบทใดบทหนึ่ง (หรือสวดทั้งหมด) ข้อควรจำ : ก่อนการสวดบูชาพระแม่อุมาเทวี จะต้องสวดมนต์ต่อพระพิฆเนศก่อนเสมอ

โอม ไจ มาตา ดี (สามจบ)

โอม ชยะ ศรี ปารวตี มาตา (สามจบ)

โอม ศรี มหา อุมาเทวะไย นะมะห์ (สามจบ)

โอม โรคา นะเศษา นะปะหัมสิตุษฎา

รุษตาตุกามาน สะกะลา นะภีษะตาน

ตะวามา ศะริตานาม นะวิปัน นะรานาม

ตะวามา ศะริตายา ศะระยะตาม ประยันติ (หนึ่งจบ)