พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย ประดิษฐานอยู่ในวัด พระศรีรัตนศาสดาราม

พระแก้วมรกต หรือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (หรือ วัดพระแก้ว)

พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจาก หยกอ่อนเนไฟรต์สีเขียวดั่งมรกต เป็นพระพุทธรูปสกุลศิลปะก่อนเชียงแสน ถึงศิลปะเชียงแสน หลักฐานที่ตรงกันระบุว่าพบครั้งแรก ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์ วัดป่าญะ ตำบลเวียง เมืองเชียงราย (ปัจจุบันคือวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย)

ในปี พ.ศ. 1977 (หรือ ค.ศ. 1434) ฟ้าได้ผ่าลงองค์พระเจดีย์ จนพังทลายลงจึงพบพระพุทธรูป พอกปูนลงรักปิดทอง จึงได้นำไปไว้ในวิหาร ต่อมาปูนบริเวณพระนาสิก (จมูก) เกิดกระเทาะออก เห็นเป็นเนื้อมรกต จึงกระเทาะปูนออกทั้งองค์ เห็นเป็นเนื้อหยกสีมรกตทั้งองค์ ดูซีรี่ย์

พระแก้วมรกต

มาดูถึงตำนานของ พระแก้วมรกต ว่ามีความเป็นมาอย่างไร มาดูไปพร้อมๆกันเลย

ตำนานพระแก้วมรกต เดิมระบุว่าสร้างพ.ศ. 500 สร้างโดยเทวดาในประเทศอินเดียแต่ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชนิพนว่า สร้างโดยช่างโยนก ไม่ใช่สร้างในอินเดีย ที่น่าเชื่อถือจริงๆ คือประวัติตั้งแต่เชียงรายเป็นต้นไป

เพราะดูจากพุทธศิลป์แล้ว เป็นแบบเบ้าของล้านนาเสียทั้งสิ้น ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องแต่งทั้งสิ้นดังนี้ พระแก้วมรกตสร้างขึ้นในปี พุทธศักราช 500 โดยพระนาคเสนเถระ วัดอโศการาม กรุงปัฏนา ในแผ่นดินพระเจ้ามิลินท์ (เมนันเดอร์) สมเด็จพระอมรินทราธิราช พร้อมกับพระวิสสุกรรมเทพบุตร ได้นำแก้วโลกาทิพยรัตตนายก อันมีรัตนายกดิลกเฉลิม 1000 ดวง สีเขียวทึบ (หยกอ่อน)

นำมาจำหลักเป็นพระพุทธรูป ถวายให้พระนาคเสน ถวายพระนามว่า พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต พระนาคเสน จึงได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุลงไปในพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต 7 พระองค์ คือพระโมลี พระนลาฏ พระนาภี พระหัตถ์ซ้าย-ขวา และพระเพลาซ้าย-ขวา

แต่เมื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแล้ว อัญเชิญขึ้นประดิษฐานแล้วนั้น เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้น พระนาคเสนได้พยากรณ์ว่า พระแก้วองค์นี้ จะเสด็จไปโปรดสรรพสัตว์ในเบญจประเทศ คือ ศรีลังกา กัมโพชะศรีอโยธยา โยนะวิสัย ปะมะหละวิสัย และ สุวรรณภูมิ พุทธศักราช 800 โดยประมาณในแผ่นดินพระเจ้าศิริกิตติกุมาร พระเชษฐราชโอรสในพระเจ้าตักละราช ขึ้นครองราชสมบัติเมืองปาฏลีบุตร

เป็นช่วงที่เมืองปาฏลีบุตรเกิดมหากลียุค ทั้งมีการจลาจลภายใน และข้าศึกภายนอก ผู้คนในปาฏลีบุตรที่เคารพนับถือ พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต ลงสู่สำเภาแล้วเดินทางลี้ภัย ไปยังลังกาทวีป เมื่อถึงลังกาทวีปพระเจ้าแผ่นดินลังกาทวีปในสมัยนั้น (ไม่ได้ระบุพระนาม)

ทรงรับรักษา พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต เป็นอย่างดียิ่งและทรงอุปถัมภ์ค้ำชู ชาวปาฏลีบุตรเป็นอย่างดี สมควรตามความดีความชอบ พุทธศักราช 1000 โดยประมาณในแผ่นดิน ศรีเกษตรพุกามประเทศ พระมหากษัตริย์ผู้ครองนครขณะนั้น คือพระเจ้าอนุรุทธราชาธิราช(ภาษาบาลี) หรือ มังมหาอโนรธาช่อ(ภาษามอญ) พระองค์เป็นกษัตริย์ ที่มีพระอานุภาพมาก บริบูรณ์ด้วยพลช้างพลม้า และทหารมากมาย

แต่พระองค์ก็เป็นกษัตริย์ ที่ตั้งมั่นอยู่ในสัมมาทิฐิ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง มีพระราชโองการ ให้ส่งพระราชสาส์น และเครื่องมงคลบรรณาการ ไปยังลังกาทวีป เพื่อขอคัดลอกพระไตรปิฎก และขอพระแก้วมรกตกลับมาด้วย

แต่เรือที่บรรทุก พระแก้วมรกต ถูกพายุพัดพลัดเข้าไปทางอ่าว กัมพูชาแทน พระเจ้านารายณ์ราชสุริยวงศ์ เจ้ากรุงอินทปัตถ์มหานคร กัมพูชา สั่งให้อำมาตย์คุมสำเภากลับไปถวายคืนแก่ พระเจ้าอนุรุทธ แต่ส่งกลับไปเพียงพระไตรปิฎกเท่านั้น มิได้ส่งพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต ไปด้วย

หลังจากที่พระแก้วมรกต ได้ประดิษฐานอยู่กรุงอินทปัตถ์

หลังจากที่ พระแก้วมรกต ได้ประดิษฐานอยู่กรุงอินทปัตถ์ นานพอสมควร ในแผ่นดินพระเจ้าเสน่ห์ราช เกิดพายุฝนขนาดใหญ่ ตกเป็นนิจกาลยาวนานหลายเดือน พระเจ้าเสน่ห์ราช ก็สวรรคตด้วยอุทกภัยนั้น พระมหาเถระ (ไม่ปรากฏพระนาม)

ได้อัญเชิญ พระแก้วมรกต ขึ้นสำเภาหนีไปยังที่ดอน พระเจ้าอติตะราช (อาทิตยราช) เจ้าครองนครอโยธยา(หมายถึงอโยธยาโบราณ) ทราบเรื่องจึงเสด็จกระบวนพยุหยาตรา ไปอัญเชิญพระแก้วมรกต มาไว้ในที่ปลอดภัยโดยทรงอัญเชิญ พระแก้วมรกต ประดิษฐานในพระมหาเวชยันตปราสาท และได้ประดิษฐานในนครอโยธยา อีกหลายรัชสมัย

ต่อมาเจ้าเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็น พระบรมญาติกับกษัตริย์อโยธยาสมัยนั้น จึงทูลขอนำพระแก้วมรกตขึ้นไป ประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชร อีกหลายรัชสมัย ซึ่งปัจจุบันก็คือ วัดพระแก้วกำแพงเพชร ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

ต่อมา เจ้ามหาพรหมพระอนุชาของพระเจ้ากือนา เจ้าผู้ครองหัวเมืองฝ่ายเหนือสามหัวเมือง คือเชียงราย เชียงแสน และเมืองฝางได้ลี้ภัยจากศึกสงคราม กับเมืองเชียงใหม่ ไปอาศัยอยู่กับพระยาญานดิส เจ้าเมืองกำแพงเพชร ต่อมาเมื่อจะกลับไปเมืองเชียงราย ก็ได้ทูลขอพระแก้วมรกต ต่อพระเจ้ากำแพงเพชร พระเจ้ากำแพงเพชร จึงได้ถวายให้เจ้ามหาพรหม

เมื่อเจ้ามหาพรหมชราภาพลง ด้วยความเป็นห่วงในพระแก้วมรกต จึงได้ทำการพอกปูนจนทึบ และลงรักปิดทองเสมือน พระพุทธรูปสามัญทั่วไป แล้วบรรจุเก็บไว้ในเจดีย์วัดป่าญะ ในเมืองเชียงรายโดยไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเกิดอัสนีบาตลงเจดีย์ ตามที่ปรากฏในพงศาวดารของล้านนา เรื่องเล่ากฎแห่งกรรม

เครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรชุดเดิม

เครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เป็นเครื่องทรง 3 ฤดู ของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ประดิษฐานอยู่ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เครื่องทรงแรกเริ่มจัดสร้างขึ้นด้วย พระราชศรัทธาใน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งพระบรมราชวงศ์จักรีวงศ์ ต่อมาในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเครื่องทรงฯ ทั้ง 3 ฤดู มีสภาพชำรุดยากแก่การซ่อมบูรณะ ให้สวยงามเหมือนเช่นอดีต ประจวบกับในขณะนั้นเป็นวโรกาสมหามงคล

ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2539 กรมธนารักษ์ ผู้รับผิดชอบในการดูแลรักษาเครื่องทรงฯ ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตดำเนินการ

จัดสร้างเครื่องทรง พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร 3 ฤดู ชุดใหม่แทนเครื่องทรงชุดเดิม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโรกาสดังกล่าวโดยเครื่องทรงชุดใหม่นี้ เป็นชุดที่ใช้ในพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงในปัจจุบัน พระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ จะทรงประกอบพระราชพิธี เปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

ในวันเริ่มฤดูเป็นประจำทุกปี กรณีที่ทรงติดพระราชภารกิจอื่น ไม่อาจเสด็จด้วยพระองค์เองได้ จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ สำหรับกำหนดเสด็จพระราชดำเนิน ในการพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรง พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร มีดังนี้

ฤดูร้อน กำหนดวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ราวเดือนมีนาคม

ฤดูฝน กำหนดวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ราวเดือนกรกฎาคม หรือหากปีใดเป็นปีอธิกมาส จะเลื่อนเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง ซึ่งจะตรงกับวันเข้าพรรษาของทุกปี

ฤดูหนาว กำหนดวันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 ราวเดือนพฤศจิกายน

พระแก้วมรกตกับองค์ประกอบของ เครื่องทรงชุดปัจจุบัน

ฤดูหนาว – ใช้อัญมณีในการจัดสร้างเครื่องทรง พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรฤดูหนาว ชุดใหม่รวมทั้งหมด 15,868 เม็ด น้ำหนัก 2,863.44 กะรัต น้ำหนัก 572.68 กรัม น้ำหนักลงยา 27.69 กรัม น้ำหนักทองสุทธิ 5,579.50 กรัม รวมน้ำหนักเครื่องทรง พระพุทธมณีรัตนปฏิมากรฤดูหนาว ชุดใหม่ 6,179.87 กรัม

ฤดูร้อน – ใช้อัญมณีในการจัดสร้างเครื่องทรง พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรฤดูร้อน ชุดใหม่รวมทั้งหมด 6,297 เม็ด น้ำหนัก 2,132.81 กะรัต น้ำหนัก 426.56 กรัม น้ำหนักลงยา 166.24 กรัม น้ำหนักทองสุทธิ 7,145.00 กรัม รวมน้ำหนัก 7,737.80 กรัม

ฤดูฝน – ใช้อัญมณีในการจัดสร้างเครื่องทรง พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรฤดูฝน ชุดใหม่รวมทั้งหมด 15,388 เม็ด น้ำหนัก 694.98 กะรัต น้ำหนัก 139.00 กรัม น้ำหนักลงยา 153.54 กรัม น้ำหนักทองสุทธิ 7,913.84 กรัม รวมน้ำหนัก 8,206.38 กรัม